SparksJump — Marketing Agency
กลับไปหน้าบทความ
Performance22 ส.ค. 20268 นาทีโดย Joe Chalermchai

ยิงแอด Facebook ให้คุ้มงบ: ตั้งค่ายังไง ใช้เงินเท่าไร วัดผลตรงไหน

ยิงแอด Facebook ต้องตั้งค่าอะไรบ้าง เลือกเป้าหมายแคมเปญยังไง ใช้งบเท่าไรถึงพอ และดูตัวเลขไหนถึงจะรู้ว่าคุ้ม

ยิงแอด Facebook ให้คุ้มงบ: ตั้งค่ายังไง ใช้เงินเท่าไร วัดผลตรงไหน

Facebook ยังเป็นช่องทางที่ธุรกิจไทยใช้ยิงแอดมากที่สุด เพราะเข้าถึงคนได้กว้างและปิดการขายผ่านแชทได้ในที่เดียว แต่หลายคนกดบูสต์โพสต์แล้วได้แค่ยอด like โดยไม่มียอดขายตามมา บทความนี้อธิบายว่าการยิงแอด Facebook ที่ทำให้เกิดยอดขายจริงต้องตั้งค่าอย่างไร

ยิงแอด Facebook เริ่มต้นยังไง

การยิงแอด Facebook ที่ถูกต้องเริ่มจากตัวจัดการโฆษณา ไม่ใช่ปุ่มบูสต์โพสต์ เพราะตัวจัดการโฆษณาให้เลือกเป้าหมายแคมเปญ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และตั้งการวัด conversion ได้ครบ ซึ่งเป็นสามอย่างที่ตัดสินว่าเงินที่จ่ายไปจะกลายเป็นยอดขายหรือแค่ยอด view

  • สร้างบัญชีธุรกิจและตัวจัดการโฆษณาให้เรียบร้อย โดยบัญชีต้องเป็นชื่อธุรกิจของคุณเอง
  • ติดตั้ง Pixel บนเว็บไซต์ และเชื่อม Conversions API เพื่อให้ข้อมูลครบแม้เบราว์เซอร์บล็อกคุกกี้
  • กำหนดเหตุการณ์ที่นับเป็น conversion เช่น ซื้อสำเร็จ ทักแชท หรือกรอกฟอร์ม
  • เตรียมครีเอทีฟอย่างน้อย 3-4 ชิ้นเพื่อให้ระบบมีตัวเลือกไปทดสอบ

เลือกเป้าหมายแคมเปญให้ตรงกับธุรกิจ

เป้าหมายแคมเปญคือสิ่งที่บอกระบบว่าให้ไปหาคนแบบไหน ถ้าเลือกผิด ระบบจะไปหาคนที่ชอบกดไลก์แต่ไม่ซื้อ การเลือกจึงต้องตรงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการจริง

เป้าหมายแคมเปญเหมาะกับระวัง
Sales / Conversionsร้านค้าออนไลน์ที่มีเว็บและ Pixelต้องมีข้อมูล conversion พอให้ระบบเรียนรู้
Leadsธุรกิจบริการ คลินิก อสังหาต้องคัดคุณภาพ lead ไม่ใช่ดูแค่จำนวน
Engagement (ข้อความ)ธุรกิจที่ปิดการขายทางแชทวัดยอดขายจริงยากกว่า ต้องเชื่อมข้อมูลหลังบ้าน
Trafficพาคนไปอ่านคอนเทนต์หรือหน้าเว็บคนคลิกเยอะไม่ได้แปลว่าซื้อ
Awarenessแบรนด์ใหม่ที่ต้องการให้คนรู้จักไม่ควรใช้เป็นตัวหลักถ้าต้องการยอดขายทันที
เลือกเป้าหมายแคมเปญให้ตรงกับผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ

ยิงแอด Facebook ราคาเท่าไร

ค่ายิงแอด Facebook แบ่งเป็นสองก้อนที่ต้องแยกให้ชัด คือ งบค่าโฆษณาที่จ่ายให้ Facebook โดยตรง กับค่าบริการทีมที่ดูแลให้ หลายคนเปรียบเทียบราคาผิดเพราะรวมสองก้อนนี้เข้าด้วยกัน

งบค่าโฆษณาสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มมักอยู่ราว 15,000-30,000 บาทต่อเดือน ส่วนค่าบริการดูแลของเอเจนซี่ในตลาดไทยเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ต่อเดือน ขึ้นกับจำนวนช่องทางและปริมาณคอนเทนต์ ดูแพ็กเกจของ SparksJumpเป็นตัวอย่างโครงสร้างราคาได้

ราคาถูกที่สุดมักไม่ใช่คำตอบ เพราะค่าบริการที่ประหยัดได้เดือนละไม่กี่พัน อาจแลกมากับงบโฆษณาที่ใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพหลายหมื่นบาท

ครีเอทีฟแบบไหนที่ทำให้แอดคุ้ม

เมื่อกลุ่มเป้าหมายและการวัดผลถูกต้องแล้ว สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันมากที่สุดคือครีเอทีฟ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ลูกค้าเห็นจริง

  • สามวินาทีแรกต้องบอกให้ได้ว่าโฆษณานี้เกี่ยวกับอะไรและเกี่ยวกับใคร
  • พูดถึงปัญหาของลูกค้าก่อน แล้วค่อยพูดถึงสินค้า
  • ใช้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอสั้นควบคู่กัน เพราะแต่ละคนตอบสนองต่างกัน
  • เตรียมชิ้นงานหลายเวอร์ชันให้ระบบทดสอบ แทนที่จะเดาเองว่าชิ้นไหนดี
  • เปลี่ยนครีเอทีฟเมื่อ CTR เริ่มตกต่อเนื่อง ซึ่งมักแปลว่าคนเห็นซ้ำจนเบื่อแล้ว

วัดผลยังไงให้รู้ว่าคุ้มจริง

ตัวเลขบนหน้าจัดการโฆษณาเป็นเพียงครึ่งเดียวของเรื่อง สิ่งที่ต้องดูคือความสัมพันธ์ระหว่างเงินที่จ่ายกับกำไรที่ได้

  • ROAS ต้องดูคู่กับกำไรต่อชิ้น อ่านวิธีอ่านค่าให้ถูกที่ROAS คืออะไร
  • CPA หรือต้นทุนต่อการสั่งซื้อ บอกได้เร็วกว่าว่าแคมเปญไหนควรหยุด
  • แยกลูกค้าใหม่กับลูกค้าเก่า เพราะยอดจากลูกค้าเก่าอาจทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง
  • ดูข้อมูลอย่างน้อย 7 วันก่อนตัดสินใจ ไม่ตัดสินจากผลรายวัน

ลูกค้าของ SparksJump ทุกรายได้dashboard ติดตามผลแบบ real-time ที่รวมตัวเลขเหล่านี้ไว้ในที่เดียว และค่าเฉลี่ย ROAS ของลูกค้าเราอยู่ที่ 11-15 เท่า

ยิงแอด Facebook เองหรือให้ทีมดูแล

ถ้ายังอยู่ในช่วงทดลองและงบไม่สูง การยิงเองช่วยให้เข้าใจระบบได้ดี แต่เมื่อเริ่มใช้งบต่อเนื่องทุกเดือน ความต่างของคนที่ทำเป็นจะสะท้อนออกมาเป็นต้นทุนต่อยอดขายที่ห่างกันหลายเท่า

ถ้าอยากรู้ว่าบัญชีโฆษณาปัจจุบันของคุณมีจุดรั่วตรงไหน ขอ audit ฟรีจาก SparksJump ได้ เราจะดูโครงสร้างแคมเปญ การวัดผล และครีเอทีฟให้ พร้อมบอกว่าควรปรับอะไรก่อน

คำถามที่พบบ่อย

งบค่าโฆษณาสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มแนะนำราว 15,000-30,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ระบบมีข้อมูลพอเรียนรู้ ส่วนค่าบริการทีมที่ดูแลให้เป็นอีกก้อนแยกต่างหาก

บูสต์โพสต์กดจากหน้าโพสต์ได้เลยแต่เลือกเป้าหมายและวัด conversion ได้จำกัด ส่วนการยิงแอดผ่านตัวจัดการโฆษณาตั้งเป้าหมายแคมเปญและวัดผลได้ละเอียดกว่ามาก จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการยอดขายจริง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเลือกเป้าหมายแคมเปญเป็น engagement ซึ่งทำให้ระบบไปหาคนที่ชอบกดไลก์ ไม่ใช่คนที่พร้อมซื้อ ควรเปลี่ยนเป็นเป้าหมาย Sales หรือ Leads และติดตั้งการวัด conversion ให้ครบ

ระบบต้องผ่านช่วงเรียนรู้ก่อน โดยทั่วไปเห็นผลลัพธ์แรกภายใน 2-4 สัปดาห์ และควรดูข้อมูลอย่างน้อย 7 วันก่อนตัดสินใจปรับหรือหยุดแคมเปญ

จำเป็นมากถ้ามีเว็บไซต์ เพราะถ้าไม่ติดตั้ง ระบบจะไม่รู้ว่าใครซื้อจริง ทำให้ optimize ไม่ได้และคุณเองก็วัดไม่ได้ว่ายอดขายมาจากแอดตัวไหน

แหล่งอ้างอิง

JC
เขียนโดย
Joe Chalermchai
CTO & Co-founder · Ads Performance

ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ SparksJump ดูแลระบบโฆษณาและ data ตั้งแต่โครงสร้างแคมเปญ การวัด conversion ไปจนถึง dashboard ที่ลูกค้าใช้ติดตามผลแบบ real-time

Let's Start

พร้อมจุดประกาย
การเติบโตครั้งใหม่?

มาสร้างเส้นทางการเติบโตที่ฉลาดขึ้น สร้างสรรค์ขึ้น และวัดผลได้จริงไปกับ SparksJump

คุย 30 นาที · ได้ Research ตลาดและคู่แข่ง มูลค่า 15,000 บาท · ไม่มีข้อผูกมัด